Banker Bet นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดิมพันที่คุณสามารถเลือก

 Banker Bet นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดิมพันที่คุณสามารถเลือกได้ในบาคาร่า จริง ๆ แล้วอัตราการได้เปรียบของเจ้ามือในบาคาร่านั้นมากกว่าฝ่ายผู้เล่นไม่มาก และหากคุณเดิมพันฝ่ายเจ้ามือแล้วชนะ คุณจะได้ค่าตอบแทนเดิมพันในอัตรา 1: 1 อย่างไรก็ตามจะมีค่าคอมมิชชั่น 5% (ค่าต๋ง) ซึ่งถูกหักจากผลตอบแทนเดิมพัน สำหรับคำว่า Banker นั้นยังใช้เรียกเจ้ามือ (ผู้คุมโต้ะ/ผู้ดูแลไพ่) ได้อีกด้วย


Player Bet เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดิมพันที่คุณสามารถเลือกได้ ซึ่งคือฝ่ายผู้เล่น หรือฝ่ายตรงข้ามกับ Banker (เจ้ามือ) โดยหากคุณเลือกเดิมพันฝ่ายนี้แล้วชนะ คุณจะได้ค่าตอบแทนในอัตรา 1:1 และโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการหักค่าคอมมิชชั่น (ค่าต๋ง)

Tie Bet คือ อีกหนึ่งตัวเลือกในการเดิมพันที่คุณสามารถเลือกได้ ในกรณีที่ผลเกมออกมาเป็น Tie หรือก็คือฝั่ง Player และฝั่ง Banker มีแต้มที่เสมอกัน หากคุณเดิมพัน Tie Bet แล้วชนะ คุณจะได้รับผลตอบแทนเดิมพันอยู่ที่ 1:8 หรือ 1:9 ขึ้นกับผู้ให้บริการ

Banker Pair คือ ตัวเลือกการเดิมพันที่หากฝั่ง Banker ได้คู่ไพ่ที่เหมือนกัน เช่น (10, 10 หรือ K, K) ผู้เดิมพันจะชนะ แต่หากไพ่ออกมาไม่เหมือนกัน ก็จะเสีย โดยหากผู้เดิมพัน Banker Pair แล้วชนะ จะได้ผลตอบแทนเดิมพันอยู่ที่ 1:11 (11 เท่า คือหากแทง 200 บาท จะได้ผลตอบแทน 2,200 บาท)

Player Pair คือ อีกตัวเลือกการเดิมพันที่คล้ายกับ Banker Pair แต่เป็นการเดิมพันฝั่ง Player โดยให้ผลตอบแทนเดิมพันที่ 1:11 เท่ากัน

Dragon Bet หรือ Dragon Bonus

คาสิโนบางเจ้าเปิดโอกาสให้ผู้เล่นทำการเดิมพันแบบพิเศษ (side bets) โดยสามารถเลือกได้ทั้งฝั่ง Banker และ Player โดยหากเดิมพันบาคาร่าแบบนี้ ผู้เดิมพันจะชนะก็ต่อเมื่อฝั่งที่เลือกได้แต้มสูงกว่าฝั่งตรงข้ามอย่างน้อย 4 แต้ม ผลตอบแทนของการเดิมพันแบบนี้อาจดูสูงและคุ้มค่า แต่จริง ๆ แล้วโอกาสชนะในการเดิมพันแบบนี้มีน้อยมากโดยทั่วไปแล้วจึงควรหลีกเลี่ยง

Ping Pong (ปิงปอง) เป็นคำที่ใช้เรียกเกมที่มีผู้ชนะสลับกันระหว่าง Player และ Banker (คล้ายกับลูกปิงปองที่เด้งไปเด้งมา)

กฎและกติกาของบาคาร่า วิธีนับแต้ม

พอเราทราบถึงคำศัพท์ทั่วไปในวงเดิมพัน บาคาร่าออนไลน์แล้ว คราวนี้เรามาเรียนรู้ว่าบาคาร่านั้นนับแต้มอย่างไร

Ace [A] ให้แต้ม = 1

ไพ่ตัวเลข [2 – 10] ให้แต้มตามตัวเลขบนไพ่ (เช่น ไพ่ 3 เท่ากับ 3 แต้ม)

ไพ่เครือราชวงศ์ [J, K, Q] ให้แต้ม = 0

เช่นเดียวกับป้อกเด้ง แต้มที่รวมกันในมือแล้วได้ค่าสูงสุดแค่ 9 หากเกินกว่านั้นจะเริ่มนับ 0 ใหม่ เช่น ไพ่รวมกันในมือได้ 15 จะนับเพียง 5 แต้ม ดังนั้นการจั่วไพ่ในบาคาร่า จะจั่วเพียง 2 – 3 ใบ

เทคนิคการวางเงินเดิมพันในบาคาร่า

นอกจากจะรู้กฎ กติกาการเล่นอย่างดีแล้ว เราควรจะรู้จักวิธีการวางเงินเดิมพันให้เหมาะสมด้วย จึงจะสามารถคุมกำไร / ขาดทุน ได้

ลงเงินเดิมพันแค่ขั้นต่ำ เป็นเทคนิคที่เซฟตัวเองที่สุด ด้วยอัตราการกำไร/ขาดทุนที่คงที่ ทำให้เราสามารถควบคุมเงินทุนของเราได้ง่าย ถึงแม้การเดินเกมแบบลงเดิมพันขั้นต่ำนั้นอาจจะน่าเบื่อ แต่เชื่อเถอะครับ มันไม่น่าเบื่อเท่าตอนเราขาดทุนหมดตัวอย่างแน่นอน



เดิมพันเพิ่มทีละเท่าตัว ตามหลักความน่าจะเป็นแล้ว การเพิ่มเงินเดิมพันทีละเท่าตัวจนกว่าเราจะชนะ ผลตอบแทนสุดท้ายที่ได้จะชดเชยความเสียหายที่เราขาดทุนไปในตาก่อนหน้าได้ทั้งหมด เช่นหากตาแรกเดิมพันที่ 200 แล้วแพ้ ตาต่อไปให้ลงเดิมพันที่ 400 หากแพ้อีก ให้ลงที่ 800 จนกว่าจะชนะ เมื่อชนะ ให้กลับมาที่ยอดเดิมพันขั้นต่ำ แต่ในการใช้เทคนิคนี้ ผู้เล่นต้องมีเงินทุนสูง ไม่งั้นก็จะหมดตัวก่อนที่จะชนะและมีโอกาสคืนทุน

กำหนดกำไรที่ต้องการ นักพนันหลายคนมีการจำกัดวงเงินว่าหากขาดทุนเท่าไหร่แล้วจึงจะหยุดเล่น แต่ไม่ได้ตั้งขีดจำกัดของกำไรที่ได้ ว่าได้กำไรเท่าไหร่แล้วจึงจะหยุดเล่น สุดท้ายคนส่วนใหญ่จึงจะหยุดเล่นเมื่อเสียครบยอดที่ตัวเองตั้งไว้หรือหมดตัวนั่นเอง การตั้งเป้าไว้ก่อนว่าจะหยุดเล่นเมื่อได้กำไรเท่าไหร่นั้นจึงจำเป็นมาก

ทั้งหมดนี้คือความรู้และเทคนิคเบื้องต้นของ บาคาร่าออนไลน์ที่เราควรรู้ก่อนลงสนามเดิมพันจริง แต่กฎเหล็กเลยไม่ว่าจะใช้เทคนิคใดคือต้องรู้จักคุมกำไร/ขาดทุน รู้จักพอ ไม่โลภนั่นเอง เพราะการเดิมพันแบบขาดสติ เป็นเหตุให้นักพนันหลายท่านหมดตัวมานัดต่อนัดแล้ว 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ถ้าเกิดให้กล่าวถึงเกมวัยโตที่กำลังได้รับความนิยมกันมากที่สุดก็ควรจะไม่พ้นเกมสล็อตออนไลน์

สอนสูตร “บาคาร่าออนไลน์” การอ่านเค้าไพ่รอง

เทคนิคเดินเงิน d’ Alembert เป็นเทคนิคที่ใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์